Sunday, 25 October, 2020

ประวัติ หลุยส์ ซัวเรซ ประวัติความเป็นมา นั้นเป็นมาอย่างไร


ประวัติ หลุยส์ ซัวเรซ เรื่องราวที่มา เจ้าของฉายา เหยินน้อย

ประวัติ หลุยส์ ซัวเรซ โดยชื่อเต็ม ของเขานั้นก็คือ ลุยส์ อัลเบร์โต ซัวเรซ ดิอัซ เป็นนักเตะที่เกิด ในประเทศ อุรุกวัย ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเตะ ในสังกัด บาร์เซโลน่า ซัวเรซนั้นมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 7 คน โดยเขาเป็นคนที่ 4 ซึ่งการเป็นนักเตะ อาชีพครั้งแรกกับ สโมสร นาซิโอนัล ประเทศอุรุกวัย

ซึ่งเขานั้น เล่นมาตั้งแต่เป็น นักเตะเยาวชน จนถึงอายุ 19 ปีก็ได้ย้ายไปยัง สโมสรฟุตบอลโครนิงเงิน ใน ประเทศฮอลแลนด์ ในปีค.ศ. 2006

และก็อยู่ที่นั้น ได้เพียงปีเดียว ก็ได้ย้ายไปเล่น ให้กับสโมสรยักษ์ ในลีกประเทศ เนเธอร์แลนด์ กับทีม หลุยส ซัวเรซประวัติ  อายักซ์ อัมสเตอร์ดัม เป็นเวลาถึง 2 ฤดูกาลในปีค.ศ. 2008 ถึง 2009 และเขาก็ได้รับ รางวัลผู้เล่นแห่งปี ของสโมสร และยังคงครองดาวซัลโว ของสโมสร

อีกทั้งเขาก็ยังเป็น กัปตันให้กับทีม และยังได้รับ รางวัลผู้เล่นแห่งปี จากการทำประตูทั้งหมด 35 ประตูจากการลงเล่น 33 นัด และในฤดูกาลที่ 2010-2011 เขาก็ได้สร้าง สถิติเป็นผู้เล่น ที่ทำประตูได้มากที่สุดถึง 100 ลูก

เป็นการทำประตูเท่ากับตำนานอย่าง เดนนิส เบิร์กแค้มป์ , โยฮัน ครัฟฟ์ และ มาร์โก ฟัน บัสเติน หลังจากนั้น เส้นทางการค้าแข้ง ก็เปลี่ยนไป เมื่อต้องย้ายไปเล่นใน พรีเมียรลีกกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล

อะไรที่ทำให้เขา ศูนย์หน้าร่างยักษ์ ได้เป็นกองหน้าระดับโลก

ทางด้านหงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้จ่ายค่าตัว เพื่อสู่ขอนักเตะรายนี้ ด้วยราคา 26.5 ล้านยูโรให้กับทางด้าน อายักซ์ อัมสเตอร์ดัม และก็ได้มอบสัญญาไปจนถึงปี 2016 และทางด้าน ผู้จัดการทีม เคนนี่ ดัลกลิช ก็ได้มอบเสื้อหมายเลข 7 ให้กับเขาเพื่อที่จะสืบทอด ตำนานคนต่อไป

ซึ่งความสามารถพิเศษนี้ เขาก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เหมาะกับการเป็น ศูนย์หน้าระดับโลกอย่างแท้จริง ซึ่งในช่วงที่ต้องเจอ คู่แข่งตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น ซัวเรส ก็ได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับแนวรับได้อย่างชัดเจน จนทำให้ทีมเอาชนะไปได้ ด้วยสกอร์ 3-1

เป็นการตอกย้ำถึง ความสำเร็จที่ ได้คว้าตัวเขามาร่วมทีม โดยเพียงปีเดียว เขาก็สร้างสิ่งที่ทำให้ หลุยส์ ซัวเรซย้ายทีม เป็นที่รักของแฟนบอล นั้นก็คือพาทีม ลิเวอร์พูล ไต่จากอันดับที่ 12 ของตารางเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ก็พาอันดับขึ้นไปอยู่ที่ 6 ได้สำเร็จ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ประวัติ หลุยส์ ซัวเรซ

ในช่วงที่เขาอยู่กับ ลิเวอร์พูลนั้น ก็ได้สร้างสถิติเอาไว้มากมาย โดยในปี 2012-2013 สามารถที่จะยิงเกิน 30 ลูกขึ้นไป จากการลงเล่น 44 นัดและในฤดูกาลถัดมา ก็ทำได้ 31 ประตูจากการลงเล่น 37 นัด รวมทุกถ้วย

ซึ่่งถ้าเอามารวมกันทั้งหมด ตลอดเวลาที่เขา ค้าแข้งให้กับ ลิเวอร์พูล ลงเล่น 133 นัดทำประตูได้ทั้งหมด 82 ประตู โดยในปีค.ศ. 2014 ก็สามารถคว้า นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของสมาคมนักเตะอาชีพ และก็ยังได้ ติดทีมยอดเยี่ยมอีกด้วย และก็ยังได้รางวัล นักเตะยอดเยี่ยมของ ผู้สื่อข่าว

และก็ยังคว้ารางวัล รองเท้าทองคำ คู่กับ คริสเตียโน โรนัลโด และก็เป็นการแยกทางกัน ได้ดีกับต้นสังกัด โดยที่ บาร์เซโลน่านั้น ก็ได้จ่ายค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นการกระชาก นักเตะรายนี้ เข้ามาสู่อ้อมแขน

หลุยส์ ซัวเรซ ย้ายทีม สู่มหาอำนาจลูกหนัง เมืองสเปน ที่คล้ายบ้านเกิด

หลังจากที่ ช่วยเหลือทีมหงส์แดง ประสบความสำเร็จ ในช่วงหนึ่ง ก็ได้เวลาแล้วที่จะต้องพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองกับ ทีม บาร์เซโลน่า เพราะว่าด้วย วัฒนธรรมภาษา มันเป็นอะไรที่เหมาะกับ นักเตะจากอเมริกาใต้

และด้วยสไตล์การเล่นที่ คล้ายคลึงกัน จึงไม่เป็นเรื่องเเปลก ที่เราจะเห็นนักเตะจากฝั่งลาติน ห ลุย ส์ ซั ว เร ซ บัล ลง ด อ ร์ ไปค้าแข้งอยู่ที่นั้น หลายคน ซึ่งนักเตะส่วนมาก ก็จะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น โรนัลโด้ , โรนัลดินโญ่ , ริวัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่

โดยการไปครั้งนี้ เขาก็เข้ากันได้ดีกับ ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งเป็นเรื่องของ วัฒนธรรมล้วนๆ เพราะชาวละตินนั้น ครอบครัวจะมาเป็นอันดับแรก อยู่เสมอ เพราะพวกเขาจะมี กิจกรรมทำเช่น การทานอาหารมื้อค่ำร่วมกัน งานปาร์ตี้ รวมไปถึงการประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา

ซัวเรซกับฉายา หม่อมกัด

โดยในวันที่ 20 พฤศจิกายน ปีค.ศ. 2010  ก็ต้องโดนแบนถึง 7 นัด จากการที่เขานั้น เข้าไปกัดไหล่ของ กองกลางของ เปเอสเฟ ไอนด์โฮเฟิน อย่าง ออสมาน แบคคาล ซึ่งก็รวมไปถึง ถูกทางต้นสังกัด ก็ได้สั่งลงโทษแบน 2 นัด พร้อมกับสั่งปรับเงิน แต่ไม่มีการเปิดเผยถึง จำนวนเงินดังกล่าว

และพฤติกรรมของซัวเรซ ก็คงยังไม่เปลี่ยน เมื่อไปเหยียดผิว ปาทริส เอวรา ก็เป็นนักเตะที่ หลุยส์ ซัวเรซหายไปไหน เล่นทางฝั่ง แบ็กซ้ายของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และก็ต้องโดนแบน 8 นัด พร้อมกันนี้ ยังถูกปรับเงิน 40,000 ปอนด์ หรือราว1.8 ล้านบาทและ ไม่หมดเพียงเท่านั้น อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ก็ถูกแบน 1 นัด จากการไปแสดงสัญลักษณ์ ที่หยาบคายใส่แฟนบอลของฝั่ง ฟูแล่ม

และก็ต้องถูกแบนอีก 6 นัดแรก จากกรณีที่เขานั้น ได้ไปกัดแขน อีวานอวิช นักเตะเชลซี เมื่อเดือนเมษายน
ซึ่งเขานั้นก็ถูก แฟนบอลบางส่วนนั้น ตั้งฉายาให้ว่า นักเตะจอมกัด

อ่านเพิ่มเติมต่อได้ที่ >>>>> บาคาร่า ฟรีเครดิต